6 Stages of Entrepreneur's Journey

Startup Weekend helps Entrepreneur to create their Business. According to Entrepreneur’s Journey, there are 6 stages:

Stage 1: Inspire – I want to be an entrepreneur

Stage 2: Discover – I want to learn

Stage 3: Action – I am creating

Stage 4: Startups – I am looking for a sustainable business model

Stage 5: Scale – I am looking for a sustainable business model

Stage 6: High Growth – Fortune 500

The event itself will take place in “Stage 3: Action” stage. This is where the entrepreneurs can form their team, create the MVP and validated their customer. In normal environment, This can be really hard. Since you do not know who has the same interest as yours. But, In Startup Weekend which drag everyone who was already interested in becoming entrepreneurs, team can be build easier. There are also the experts who can support you while building your business.

 

สตาร์ทอัพวีคเอนด์ช่วยผู้ประกอบการในการสร้างธุรกิจ จาก 6 ขั้นของเส้นทางผู้ประกอบการ (Entrepreneur’s Journey)

Stage 1: แรงบันดาลใจ(Inspire) – ฉันต้องการเป็นผู้ประกอบการ

Stage 2: ค้นหา(Discover) – ฉันอยากเรียนรู้

Stage 3: ลงมือทำ(Action) – ฉันสร้างธุรกิจของฉัน

Stage 4: สตาร์ทอัพ(Startups) – ฉันกำลังหาแผนธุรกิจที่มั่นคง

Stage 5: ขยาย(Scale) – ฉันกำลังหาแผนธุรกิจที่ต่อยอดได้

Stage 6: โตขึ้น(High Growth) – Fortune 500

งานสตาร์ทอัพ วีคเอนด์ จะช่วยผู้ประกอบการใน Stage 3: ลงมือทำ(Action) ซึ่งเป็นขั้นที่ผู้ประกอบการจะต้อง หาทีม สร้างตัวทดลอง และ หาลูกค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งในสภาวะปกติจะเป็นงานที่ยากมาก เนื่องจากเราไม่สามารถรู้ได้ว่าใครสนใจเรื่องเดียวกับเราหรือไม่ อีกทั้งยังไม่มีโอกาสได้เสนอไอเดีย และ บรรยากาศปกติก็ไม่เอื้อต่อการทำงาน แต่ในงานสตาร์ทอัพ วีคเอนด์ซึ่งเรารวมผู้ที่สนใจในความเป็นผู้ประกอบการไว้แล้ว สามารถเสนอไอเดียได้อย่างง่ายดาย และ บรรยากาศในงานยังมีพลังงานสูงเหมาะแก่การสร้างธุรกิจ รวมถึงการมีผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่จะมาคอยช่วยเราในการสร้างธุรกิจ

Credit: Startup Weekend core value

http://sworg.s3.amazonaws.com/core_messaging/manifesto.pdf




10 Tips On How To Rock This Startup Weekend Event

10 Tips On How To Rock This Startup Weekend Event

(10 เคล็ดลับ ในการเข้าร่วม Startup Weekend)

โดย Joe Aquino, Startup Weekend Facilitator

สำหรับภาษาอังกฤษ: 10 Tips on How to Rock This Startup Weekend Event

1. อย่าเพิ่งสนใจเรื่องการ “เปิดกิจการ”

มันอาจจะฟังดูแปลกสำหรับงานนี้ แต่ที่จริงแล้วทุกอย่างของ Startup Weekend คือการสร้าง”ประสบการณ์” ประสบการณ์ที่จะทำให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นผู้ประกอบการ และได้พบกับผู้คนที่น่าทึ่งในวงการนี้ ทั้งหมดทั้งปวงนี้ย่อมไม่ได้อยู่แค่การหาแนวคิดทางธุรกิจ เป้าหมายที่แท้จริงคือการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆต่างหาก

 

2. เปิดใจและมาพบกับสิ่งใหม่ๆ

ทุกๆคนมางานนี้ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือการทำความรู้จักกับผู้อื่นในวงการ สร้างผลงานเจ๋งๆ และสุดท้ายคือการได้สนุกสนานไปกับงาน ดังนั้นจงอย่ากลัวที่จะทำความรู้จักกับผู้อื่น พยายามทำความรู้จักทุกคนที่พบปะอย่างจริงใจและสนุกสนานไปกับสังคมใหม่ของคุณ

 

3. รูปแบบของการ Pitch 1 นาที

สำหรับผู้ที่มีไอเดียจะขึ้น Pitch ในคืนวันศุกร์ จงจำไว้ว่าคุณมีเวลาแค่ 60 วินาที และนี่คือรูปแบบที่ดีที่สุดสำหรับการ Pitch

– 5-10 วินาที: แนะนำตัวเองอย่างย่อ คนส่วนใหญ่มักเสียเวลาไปกับส่วนนี้พูดเกี่ยวกับตัวเอง เพราะฉะนั้นลองคิดถึงแค่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในตัวคุณและทำไมสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้งานประสบความสำเร็จได้

– 10-20 วินาที: ปัญหาที่คุณพยายามจะแก้ แก่นของปัญหาที่แท้จริง

– 10-20 วินาที: วิธีการแก้ปัญหาของคุณซึ่งจะนำมาสู่การสร้างธุรกิจ อย่าลืมตั้งชื่อให้เรียบร้อย เนื่องจากในวันนั้นผู้ชมจะได้รับฟังไอเดียเยอะมาก การที่มีชื่อจะทำให้คนจดจำคุณได้มากขึ้น

– 5-10 วินาที: สิ่งที่คุณต้องการเพื่อทำให้ธุรกิจนี้เกิดขึ้นได้ คิดถึงคนที่จะมาเป็นกำลังในทีมคุณและสื่อสารออกไป

4. ศึกษาเกณฑ์การตัดสิน

Product Execution

– ทีมได้สร้าง “Minimal Viable Product (MVP)” ในการแข่งขันหรือไม่? MVP คือ ฟีเจอร์อย่างน้อยที่สุดที่คุณสามารถใช้มันในการเก็บข้อมูลได้

– หนทางการพัฒนาธุรกิจของแต่ละทีม การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จต้องสามารถแสดงแนวทาง(roadmap) ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของทีมคุณ โดยการพัฒนาผ่านการวนวงจรของการเก็บข้อมูล (Build-Measure-Learn) ทีมที่ยอดเยี่ยมต้องสามารถวนวงจรเหล่านั้นหลายๆครั้งและนำข้อมูลไปใช้ได้

– ทีมสามารถสาธิตการใช้งาน หรือทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่

 

Business Model Validation

– ทีมสามารถเจาะจงกลุ่มลูกค้าได้หรือไม่

–  ทีมสามารถอธิบาย ความพิเศษที่ลูกค้าของคุณจะได้รับ

– คุณจะสามารถอธิบายวิธีการไปถึงกลุ่มเป้าหมายคุณได้อย่างไร

– คุณสามารถสร้างกลุ่มลูกค้าได้อย่างไร

– อะไรคือความแตกต่างของคุณกับคู่แข่ง

*เรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง “Customer Validation”

Welcome to Startup Weekend 1

Startup Weekend 2

Startup Weekend 3

Startup Weekend 4

User Experience Design

– ความต้องการหลักของลูกค้าคืออะไร

– จำนวนผู้ใช้ที่ทดลองใช้

– คุณเลือกอะไรมาเพื่อสร้าง MVP ของคุณ

– ทำไมคุณถึงมองข้ามการทำ MVP ไป

– ทำไมคุณถึงออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีรูปลักษณ์และให้ความรู้สึกแบบนี้?

5. สร้างรายชื่อลูกค้า 100 คน

ในงานนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Customer Validation ถ้าคุณสามารถสร้างรายชื่ลูกค้าได้ คุณจะมีลูกค้าที่คุณสามารถให้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณได้ ถ้าคุณสร้างสินค้าแบบขายให้กลุ่มบริษัท (B2B) ลองคิดถึงวิธีการที่จะทำให้คุณได้การทดลองได้อย่างแม่นยำ

6. หาลูกค้าที่มีความสุขในการใช้งานและพร้อมที่จะจ่ายให้คุณ

“95% ใน 30 คนที่ตอบแบบสอบถาม บอกว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณ” สิ่งนี้ไม่ใช่เสียงยืนยันที่ดีพอ คุณต้องหาลูกค้าที่พร้อมจะยอมจ่ายเงินสำหรับวิธีแก้ปัญหาของคุณ ที่ผ่านมาๆมีหลายทีมจากทั่วทุกมุมโลกสามารถหาลูกค้าได้ภายในเวลางาน บางครั้งก่อนที่คุณจะสร้างอะไรขึ้นมาเสียอีก ดังนั้น ‘ออกไปจากห้อง’ ของคุณซะ เพื่อไปหาลูกค้าที่ประสบปัญหาและพร้อมจะจ่ายสำหรับวิธีแก้ตอนนี้เลย

7. คิดถึงสิ่งที่จะทำต่อจาก 54 ชั่วโมงนี้

ไอเดียของคุณอาจจะจะยิ่งใหญ่ แต่อย่าลืมว่าคุณต้อง’ทำ’มันออกมาด้วย ภายใน 54 ชั่วโมงนี้คิดถึงกลยุทธว่า อะไรคือสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ในเวลางาน และ อะไรคือส่วนที่มีค่าสำหรับการเก็บข้อมูลเพื่อการพัฒนาต่อไป

8. ผู้ใช้ และ ลูกค้า?

ลูกค้าคือผู้ที่จะ “จ่าย” ให้กับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของคุณ แต่ผู้ใช้อาจจะไม่ใช่อย่างนั้น คิดถึง Google เราทุกคนคือ “ผู้ใช้” ของกูเกิ้ล แต่ผู้ที่จ่ายเงินให้กับ Google คือ คนที่ลงโฆษณา ดังนั้นในการเก็บข้อมูล จงแยกแยะระหว่าง 2 กลุ่มนี้ เพื่อให้ได้รับเสียงตอบรับที่ถูกต้อง

9.คำถามที่คุณต้องตอบได้อย่างมั่นใจ

– คุณกำลังแก้ปัญหาอะไรอยู่?

– ใครคือ”ผู้ใช้”ของคุณ?

– ใครคือ”ลูกค้า”ของคุณ?

– วิธีแก้ปัญหาของคุณ คืออะไร?

– คุณ Validate ธุรกิจคุณอย่างไร?

– ตลาด(กลุ่มลูกค้า)ของคุณใหญ่แค่ไหน?

10. ให้ความช่วยเหลือกับผู้อื่น

ในงานนี้ ผู้เข้าร่วมหลายคนจะเริ่มมุ่งกับการสร้างผลิตภัณฑ์ของคุณ จนลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดใน Startup Weekend ทุกๆคนมี สิ่งที่สามารถนำมาสอนผู้อื่นได้ ทั้งจากความรู้ของตน ประสบการณ์ที่ผ่านมา สามารถนำมาแลกเปลี่ยนกันได้ ลองเสนอความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นแล้วคุณจะแปลกใจกับสิ่งที่คุณจะได้รับคืนมา อย่าลืมสิ่งสำคัญของงาน คือ การสร้างสังคมที่น่าจดจำภายใน 54 ชั่วโมงนี้




Pin It on Pinterest